สมาชิกเข้าระบบ
ยูสเซอร์เนม :
รหัสผ่าน :
 

ลืมรหัสผ่าน  |   สมาชิกใหม่


ปฏิทินกิจกรรมพิเศษ
November 2017
S M T W T F S
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    
             
สมาชิกจดหมายข่าว
สมัคร ยกเลิก
อโรคยาปรมาลาภา กาย+จิต
สุขภาพ (จิตกับสิ่งดีดี) ที่สุด‏

ถ้าชีวิตของเราคนหนึ่งจะต้องการมีสุขภาพที่ดี ทั้งจิต กาย และใจ สำหรับเช้าวันอาทิตย์นี้ ผมมีสูตรดูแลสุขภาพกายและจิต มาให้อ่านกันแบบเต็มๆ ทุกข้อ ทุกสูตรนี้ ผมได้ทำมาแล้ว พิสูจน์มาหมด ซึ่งบอกได้เลยว่าดีจริงๆ ขอเริ่มสูตรแรก ข้อแรกเลยดีกว่านะ..
1. อย่าเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉานั้นเขา มีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง
2. อย่าคิดทางลบเกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลกในแง่ร้าย ก็ทุ่มเทกำลังและพลังงานให้กับความคิด ทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย
3. อย่าทำอะไรเกินกว่าที่ตัวเองทำได้...ควรรู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน
4. อย่าเอาจริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก
5. อย่าเสียเวลาและพลังงานอันมีค่าของคุณกับเรื่องหยุมหยิม หรือเรื่องซุบซิบ...นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง
6. จงฝันตอนตื่นมากกว่าตอนหลับ
7. ความรู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า ๆ ปลี้ม ๆ...คิดให้ดีก็จะรู้ว่าคุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว
8. จงลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสีย และอย่าได้เตือนสามี หรือภรรยาคุณเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ
9. ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร...จงอย่าเกลียดคนอื่น
10.ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ
11.ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง
12.จงเข้าใจเสียว่าชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อเรียนรู้ และปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตรซึ่งมาแล้วก็หาย ไปเหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต...แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอดชีวิต
13. จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น
14. คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถกเถียงกับคนอื่นหรอก...บางครั้งก็ยอมรับว่า เราเห็นแตกต่างกันได้...เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร
15. ทำอะไรที่น่าตื่นเต้นในแต่ละวัน
16. ไปเที่ยวที่ที่คุณไม่เคยไปกับคนที่คุณไม่เคยคิดจะลืม
17. ซื้อความสุขด้วยรอยยิ้ม
18. คุยกับคนแปลกหน้า เพื่อหาเพื่อนใหม่
19. ช่วยคนอื่น เมื่อคุณสามารถช่วยได้
20. สังเกตสิ่งรอบๆตัว อาจพบความสุขเล็กๆ เข้ามาในชีวิต
21. อยู่เงียบๆ กับตัวเองวันละ 5 นาที... เพื่อคิด
22. ทุ่มตัวเองเต็มที่กับการหาทางแก้ปัญหา ที่คุณกำลังเผชิญอยู่
23. คบคนที่มองโลกในแง่ดี
24. เข้าคอร์สเรียนเพิ่มเติมในเรื่องที่คุณสนใจ
25. จัดเวลานัดเจอเพื่อนสนิทในแต่ละเดือน เพื่อไป กิน เที่ยว เล่น
26. มองพระอาทิตย์ขึ้นสัปดาห์ละครั้ง
27. ดูพระอาทิตย์ตกดินสัปดาห์ละครั้ง
28. ปลูกผักเองเอาไว้ทานเองบ้าง
29. ไปหาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานนับปี
30. หยุดตามกระแสสักนิด และทำตามแนวคิดที่เหมาะสำหรับตัวเอง
31. บอกตัวเองว่า ไม่มีอะไรสายเกินไป
32. ค้นหาประสบการณ์ดีๆ แปลกใหม่ให้กับชีวิต
33. เลิกกังวลกับสิ่งที่คุณไม่มี และมีความสุขในสิ่งที่คุณมี
34. หัดโรแมนติกทำเซอร์ไพรซ์คนที่คุณรัก
35. หยุดเสียเวลากับเรื่องหยุมหยิมที่ไม่จำเป็น
36. รับประทานอาหารให้ช้าลง เพื่อลิ้มรสความอร่อย
37. ขอความช่วยเหลือเมื่อต้องการ เพราะคุณจะไม่ได้รับความช่วยเหลือ หากไม่เอ่ยปาก
38. ถามคำถาม เมื่อสงสัย... ช่วยประหยัดเวลา และลดความยุ่งยากใจ
39. เล่นสนุกบ้าง ชีวิตมีแค่ครั้งเดียว
40. ทำอะไรทีละอย่าง แล้วจะได้ทำออกมาได้ดี
41. ฝึกความพอเพียง พอดี เมื่อมันเกิดขึ้นกับคุณ จะไม่มีใครเอาไปจากคุณได้
42. รักษาสัญญา
43. ดูตลก ฟังเรื่องตลก และแบ่งปันกับคนอื่น
44. เปิดโลกความคิดสร้างสรรค์ของคุณกับงานศิลปะ เช่นดนตรี ภาพถ่าย ภาพยนตร์ ฯลฯ

ทุกข้อที่บอกในสูตรนี้ ผมขอย้ำอีกทีว่า คุณจะได้รับความรู้สึกที่แตกต่างจากเดิมอย่างแน่นอน
ที่นี้ก็มาทำความเข้าใจกันต่อในเรื่องเกี่ยวกับตัวเราที่เคยเกิดขึ้น และควรต้องยอมรับความจริง เพราะมันอาจจะเคยเกิดขึ้นมาแล้วกับชีวิตของเรา ถ้าเป็นสิ่งดีดี ก็ยึดมั่นไว้ต่อไป

* ศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ตัวเรา
*
ความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอวดดี

*
การกระทำที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การหลอกลวงผู้อื่น

*
สิ่งที่แสนสาหัสที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอิจฉาริษยา

*
ความผิดพลาดมหันต์ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การยอมแพ้ตัวเอง

*
สิ่งที่เป็นอกุศลที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การหลอกลวงตัวเอง

*
สิ่งที่น่าสังเวชที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความถดถอยของตัวเอง

*
สิ่งที่น่าสรรเสริญที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอุตสาหะวิริยะ

*
สิ่งที่ล้มละลายที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความสิ้นหวัง

*
สมบัติที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ สุขภาพที่สมบูรณ์

*
หนี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ หนี้บุญคุณ

*
ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การให้อภัย และความ เมตตากรุณา

*
ข้อบกพร่องที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตเราก็คือ การมองโลกในแง่ร้ายและไร้เหตุผล

*
สิ่งที่ทำให้อิ่มอกอิ่มใจที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การให้ทาน(วัตถุทาน วิทยาทาน อภัยทาน และธรรมทาน)


สุดท้ายของสูตรที่ผมอยากให้ยึดเพื่อช่วยให้คุณดูดีขึ้นจริงๆ ซึ่งมีอยู่หลายสิ่งหลายอย่างที่ประกอบเข้าด้วยกัน แล้วนำไปสู่ความดูดีของคนคนหนึ่ง ผมอยากให้ทุกคนได้มีแนวทางเริ่มต้นสิ่งที่ดีๆ เพื่อความสุขและความสมบูรณ์ในชีวิต เรียกอย่างผิวเผินก็ต้องบอกว่า สิ่งที่จะแนะนำต่อไปนี้ จะนำความดูดีมาสู่ตัวคุณ
1.
ความคิด

เป็นรากฐานสำคัญของความเป็นคนคนหนึ่ง บุคลิกภาพงอกงามออกมาจากความคิด เช่น คิดว่าจะอยู่แบบพอเพียงเรียบง่าย เขาก็จะแสดงออกผ่านการแต่งกาย การซื้อข้าวซื้อของ เครื่องประดับ บ้านช่องห้องหับ และวิถีชีวิตแบบพอเพียง แต่ถ้าคิดอยากเด่นอยากดัง ก็จะต้องแต่งเนื้อแต่งตัวอีกแบบหนึ่ง พาตัวเองไปอยู่ในวงสังคมอีกแบบหนึ่ง ใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง ซึ่งต้องชัดเจนในตัวเองเสียก่อน ว่าเรามีความคิดแบบใด คำแนะนำของดิฉันก็คือ“นกน้อยทำรังแต่พอตัว” จึงต้องมองเห็นตัวเองแล้วกำหนดความคิดว่า เราควรจะมีชีวิตและดำเนินชีวิตแบบใด


2.
เสื้อผ้า

ก่อนที่เสื้อผ้าจะช่วยเสริมความดูดี คนคนนั้นต้องมีรูปร่างที่ดีเสียก่อน ดังนั้นต้องดูแลรูปร่างให้กระชับ สมส่วน จากนั้นจึงหาเสื้อผ้าที่ส่งเสริมรูปร่างและผิวพรรณมาสวมใส่ ช่วยให้ดูสดใส สวยงามสมวัย แม้รูปร่างไม่เพอร์เฟกต์ แต่เสื้อผ้าก็ช่วยลดจุดด้อยในตัวได้ เช่น ปิดบังสะโพกที่ใหญ่เกินไป แก้ไขเรื่องเอวที่ไม่มี ก้นที่แบน ขาที่ใหญ่ แขนที่อวบ คอที่สั้นหรือยาว ฯลฯ โดยเลือกแบบและลวดลายที่เหมาะสม คือไม่เน้นส่วนด้อย ให้ยิ่งโดดเด่น เช่น ไม่สวมกางเกงหรือกระโปรงรัดรูปจนบั้นท้ายมหึมายิ่งตำตาผู้คน ไม่สวมกางเกงหรือกระโปรงสั้น จนขาติดมันของคุณเป็นที่หัวเราะ


3.
ทรงผม

เลือกทรงผมที่ส่งเสริมความโดดเด่นของใบหน้า และแก้ปัญหาส่วนด้อยไปด้วย เช่น หน้าผากกว้าง กรามใหญ่ ตาเล็ก คางสั้น ฯลฯ ขณะเดียวกันทรงผมก็ควรทันสมัย เสริมบุคลิกให้โดดเด่น น่ามอง และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น


4.
เครื่องประดับ

อย่าให้รกรุงรัง จนดูเหมือนหุ่นตั้งเครื่องประดับในร้าน เลือกเครื่องประดับที่ทันสมัย แบบจะหวือหวาหรือเรียบง่ายก็ดูจากชุดที่สวมใส่ สถานที่ และงานที่เรากำลังจะไป


5.
กระเป๋า

รวมหมดทั้งกระเป๋าถือ กระเป๋าหนีบ กระเป๋าหิ้ว กระเป๋าสะพาย และเป้ ทุกชนิดที่ว่านี้ช่วยให้ดูดีก็ได้ ช่วยให้ดูแย่ก็ได้ หลักคิดง่ายๆ ในการเลือกกระเป๋าก็คือ กะทัดรัด ไม่พะรุงพะรัง ง่ายต่อการถือและดูแล ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหว และกลมกลืนกับเสื้อผ้าที่สวมใส่


6.
รองเท้า

เลือกรองเท้าที่เมื่อสวมใส่แล้ว ส่งเสริมให้รูปร่างดูสูงโปร่งขึ้น เข้ากับชุดที่ใส่ และเคลื่อนไหวได้สะดวก สวยงามสุภาพ เหมาะกับกาลเทศะ


7.
รอยยิ้ม

เป็นเสน่ห์ที่ไม่ต้องลงทุนซื้อหา ใครที่มีรอยยิ้มประดับใบหน้า บ่งบอกว่ามีความเป็นมิตร เป็นคนอารมณ์แจ่มใส ผิดกับคนหน้าตาบูดบึ้งหรือเฉยชา ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ เพราะไม่ชวนให้รู้สึกวางใจหรือประทับใจ จึงไม่อยากคบค้าหรือติดต่อประสานงานด้วย


8.
คำพูด

พูดจาด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร เต็มใจพูด แจ่มใส จะทำให้คนที่เราพูดด้วยรู้สึกดี และสะท้อนความดูดีของตัวเราเอง ทุกครั้งที่พูดจงเต็มใจพูด พูดให้ไพเราะ สุภาพ น่าฟัง มีสาระ ใช้ถ้อยคำที่เข้าใจง่าย และให้เกียรติแก่ผู้ฟังด้วย


9.
จิตใจ
จิตใจที่ดีจะเป็นความดูดีที่ถาวรและเป็นเสน่ห์ที่ยั่งยืนมาก เราทุกคนอยากรู้จักคบหากับคนที่จิตใจดี จิตใจที่ดีต้องมองโลกในแง่ดี มองคนในแง่ดี และมีทัศนคติที่ดีต่อชีวิต มีความหวัง รู้จักให้ รู้จักแบ่งปัน มีคุณธรรมนำทาง ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร ไม่ให้ร้าย และไม่คิดร้ายกับใครทั้งสิ้น


10.
นิสัยส่วนตัว

ต้องไม่จู้จี้จุกจิก ไม่ขี้บ่น ไม่ขี้เหนียว ไม่ดุ ไม่พูดจาหยาบคาย ไม่อิจฉาริษยา ฯลฯ คนเราทุกคนรู้ดีว่าอะไรคืออุปนิสัยที่ดี อะไรเป็นนิสัยแย่ๆ ฉะนั้นเลือกที่จะรักษานิสัยดีๆ เอาไว้ แล้วแก้ไขนิสัยที่แย่ออกไป


11.
มนุษยสัมพันธ์

คุณจะดูดีอยู่คนเดียวไปทำไม คนเราควรจะดูดีอยู่เสมอน่ะใช่ แต่วาระที่ควรจะดูดีที่สุดคือเวลาที่อยู่ท่ามกลางผู้คน แต่งตัวสวย แต่งกายเหมาะสม เสื้อผ้า หน้า ผม เลิศมาก แต่นิสัยแย่ ก็ไม่มีใครนิยมชมชอบหรอกค่ะ ฉะนั้น ต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี คือรู้จักเจรจาพาที มีใจเปิดกว้าง รับฟังคนอื่น และมีความเป็นเพื่อนที่พร้อมจะมอบให้แก่ทุกๆ คนได้


12.
แผนงาน

แผนงานช่วยให้คุณดูดีได้อย่างไร ดูดีเพราะคุณมีความพร้อมและตื่นตัวอยู่เสมอไงล่ะ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม คุณมักจะมีระบบระเบียบและเตรียมงานได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้งานเดินเร็ว มีการกระจายงานอย่างเป็นระบบและทั่วถึง ไม่ตกหนักอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง หรือหากเป็นงานที่คุณรับทำ คุณก็จะมีขั้นมีตอนของการลงมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ


13.
สุขภาพ

สุขภาพเป็นรากฐานของความดูดี เพราะสุขภาพที่ดีช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ความคิดโลดแล่น และมีกำลังที่จะทำการทำงานให้เต็มประสิทธิภาพได้ ผิวพรรณก็สดใสเปล่งปลั่ง อารมณ์ก็แจ่มใส สุขภาพที่ดีช่วยให้ทั้งรูปกายภายนอกและอารมณ์กับความคิดข้างใน แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มเปี่ยม


14.
บุญ

ทำบุญให้เยอะๆ แล้วจะดูดีขึ้น บางคนเชื่ออย่างนั้น ที่จริงบุญเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ได้ทำ ทำแล้วอิ่มเอิบหัวใจ ไม่ใช่จะมาคิดคำนวณกันเป็นระบบบัญชีหรอกค่ะ คนที่ทำบุญบ่อยๆ เขาจะค้นพบเองว่าความสุขที่เกิดจากการให้ การทำ หรือการสละนั้น สุขยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ช่วยให้ใจของเขาปีติ ไม่ห่วงกังวลเพราะไม่ยึดติดกับสิ่งของสมบัติ คนเรานี้ พอใจสบาย ร่างกายก็ผ่องใสตามไปด้วย และบุญคือการทำความดี ทำแล้วก็มีคนยกย่อง ดังนั้น ทำบุญกันให้มากๆ ขึ้นนะ


15.
กรรม

ทำบุญแล้วก็ยังไม่พอ ขอให้ลดการทำกรรมด้วย ไม่ว่าจะเป็นกายกรรม มโนกรรม หรือวจีกรรม ล้วนแต่จะนำความเดือดเนื้อร้อนใจมาให้ทั้งสิ้น ฉะนั้น ขอให้คิดดีทำดี คิดดีๆ ก่อนพูด แล้วพูดออกไปดีๆ คิดดีๆ ก่อนทำ แล้วทำแต่สิ่งที่ดี ที่จะยังประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นและตัวเราเอง ประโยชน์ผู้อื่นมาก่อน ประโยชน์ตัวเองตามมา เขาจะถือว่าเป็นคนเสียสละ โลกจะยกย่องสรรเสริญ


ทั้งหมดที่ผมได้แนะนำมานี้ จะเห็นได้ว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ เป็นเรื่องใกล้ตัว และเป็นเรื่องที่เหมาะควรแก่การพิจารณา นำมาประพฤติปฏิบัติ ใครปฏิบัติได้ จะมีความสุขใจ และความสำเร็จมากมายจะเดินทางมาหา และที่จะเห็นผลชัดๆ ก็คือ ความดูดีที่จะปรากฏ และคนรอบข้างจะเอ่ยปากทักคุณในความดูดีที่เพิ่มเติมขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์นี้!

ว่างๆ มาอ่านประจำได้ที่นี่ www.yhoky.blogspot.com

 




 
เข้าดู(4572)


อโรคยาปรมาลาภา กาย+จิตมาใหม่ล่าสุด
A00094 9:1:2554 -  สุขภาพ (จิตกับสิ่งดีดี) ที่สุด‏ (4572)
ดูทั้งหมด>>