New Normal VS Back to Normal -5 อย่างควรรู้ก่อนดำรงชีวิตเหมือนเดิม

June 11, 2021 by No Comments

เราหลายคนกำลังรอในสิ่งที่เรียกว่า ชีวิตปกติ ให้กลับคืนมาอย่างเร็ววัน ทางภาครัฐและทั่วโลกมีการเร่งฉีดวัคซีนให้ครบเพื่อให้ประชากรมีภูมิคุ้มกันโควิดให้ได้มากที่สุดก่อนเปิดประเทศดังเดิม ก่อนหน้านี้ตอนที่มีโควิดใหม่ๆ เราได้รู้จัก “New Normal” และหลายคนอยากที่จะกลับเป็น “Back to Normal” อีกครั้งแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว

สำหรับคนหลายคนที่อยู่ในไทย มันอาจจะเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนที่เร่งกันอย่างหักโหม แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้กลับมาใช้ชีวิตปกติ เช่นผู้คนที่เสียชีวิตไประหว่างทาง จากผลกระทบของโควิด ไม่ว่าจะเป็นการแพ้วัคซีน การเสียชีวิตเพราะเชื้อโรค ฯลฯ

แต่วันนี้เรากำลังจะได้ใกล้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ใช้ชีวิตตามเดิมแล้ว ซึ่งเราหลายคนอาจจะอยากรู้ว่า การวางแผนก่อนการที่จะมาดำรงชีวิตเหมือนเดิมนั้นควรจะเป็นอย่างไร? วันนี้ เรามีแนะนำกัน

ให้คาดหวังในสิ่งที่เป็นไปได้

หากใครเคยได้เรียน เรื่อง R-S S-R Theory หรือ Respond Stimulus กับ Stimulus Respond คงได้เรียนเกี่ยวกับจิตวิทยาของมนุษย์ ในเรื่องของการคาดหวัง ซึ่งหากคาดหวังสูงเกินไป และผลที่ออกมาไม่ได้อย่างที่หวังก็จะเสียใจหนัก

ในทางกลับกันหากคาดหวังในสิ่งที่เป็นไปได้ หากผลที่ได้มา มากเกินกว่าที่คาดก็จะไม่เสียใจ ดังนั้น การคาดหวังว่า ทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เมื่อ ชีวิตหลัง Covid-19 ได้มาถึงแล้ว ก็อาจเป็นการคาดหวังที่สูงเกินไป

Theconversation.com เคยมีการออกบทความเกี่ยวกับ ชีวิตหลังโควิดเอาไว้ ว่าการทำงานในชีวิตประจำวันอาจเป็นการทำงานแบบไร้จุดหมาย

และหากเป็นเรื่องของความอนามัยแล้วหล่ะก็ หลังจากนี้เราอาจยังคงต้องใส่หน้ากากอนามัย รวมถึงพกเจล และ เสปรย์แอลกอฮอล์ ไปอีกนานแสนนาน เนื่องจากยังคงต้องมีความระแวดระวังมากขึ้น ดังที่กล่าวไว้ใน Ecolectia.com ว่า Public Health Systems หรือระบบการแพทย์จะคงต้องพัฒนามากกว่าเดิมมาก

ส่วนในเรื่องของจิตใจนั้น เราอาจยังไม่คุ้นชินกับการต้องอยู่ร่วมกันหลายๆคน คือต้องกลับไปทำงานเหมือนเดิม เข้า office เหมือนเดิม และอาจต้องมีการผิดใจกับหลายกลุ่มบุคคล เนื่องจากเราอยู่กับตัวเองมานานเกินไป และไม่ควรหวังว่า ทุกคนจะเข้าใจเราทั้งหมด

ใช้ชีวิตให้สมคุณค่ากับความเป็นตัวเอง

เพื่อลดความอัดอัด และความกังวลในสังคม การใช้ชีวิตที่เราอยากจะใช้ ให้เป็นตัวของตัวเอง เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ให้เห็นคุณค่าของตัวเองมากที่สุด โดยการตัดสินใจใน Public หรือการตัดสินใจในกลุ่มคนที่อยู่ดีๆ จากคนที่อยู่คนเดียวมานาน แล้วต้องกลับสู่สังคม อาจเป็นสิ่งที่ยากกว่าที่เราคิด ดังนั้นการใช้ชีวิตนั้น อาจต้องมีการแบ่งแยกออกมาเป็นหลายๆลักษณะเช่น

อยากจะทำอะไรมากที่สุด หลังจากโควิด?

  1. ออกวิ่งเหมือนเดิมตอนที่อยู่บ้าน
  2. ออกไปพบเพื่อนบ้าง
  3. ทำงานที่ออฟฟิศ
  4. ดูแลลูกที่บ้าน
  5. กินข้าวร้านอาหารที่ยังคงเหลืออยู่

ให้อยู่ในเส้นทางของตัวเองที่กำลังเดินไป อย่าหลงทาง

ให้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และ รู้สึกดี เพื่อที่จะลดความเครียด ความกดดันทางสังคม หรือทำอะไรที่รู้สึกชอบ เพื่อให้ไม่สนใจสิ่งร้ายๆที่เกิดขึ้นรอบตัว ซึ่งแม้แต่การทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

สิ่งที่ง่ายต่อการอยู่บนเส้นทางของตัวเองคือ ทางสายกลาง คือ เล่นบ้าน กินบ้าง เที่ยวบ้าง และทำงานบ้าง โดยหากใครได้รับผลกระทบหนัก ก็ควรที่จะมีการจดจำ หรือจดลงกระดาษเอาไว้ว่า วันนี้คุณรู้สึกอย่างไร

ให้ดูสถานการณ์ว่า มันอยู่ในช่วงที่ต้องพุ่งชน หรือ ช่วงที่ต้องเก็บตัว

เคยมีบทงานวิจัยจาก Springer Link เอาไว้ว่า จังหวะชีวิตของคน เป็นปัจจัยสำคัญต่อเป้าหมายของชีวิต และ การมีกำลังใจในการเดินต่อไป หากเป็นช่วงเวลาที่ป่วยหนัก อาจต้องมีการถดถอยเป้าหมายลง หรือ หากเป็นเวลาที่ดี เช่นการเลื่อนตำแหน่งแทนคนเดิม ก็ควรเป็นช่วงเวลาที่พุ่งเข้าหามัน อย่ากลัวการตัดสินใจของตัวเอง

ให้คิดว่าคุณคือผู้โชคดีที่รอดมาได้

ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าการมีชีวิตอยู่ต่อไป และได้ลิ้มรส ชัยชนะที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาได้ คุณอาจจะเป็นคนหนึ่งที่ได้รับวัคซีน และ กลับเข้าสู่สังคมแบบ Back to Normal จาก New Normal ได้เร็วกว่าผู้อื่น นั่นแปลว่า คุณมีอภิสิทธิ์ เหนือคนที่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งอาจมีการเสียชีวิต หรือ หายตายจากโลกนี้ไปแล้ว

ในเมื่อคุณเป็นผู้โชคดี และมีอภิสิทธ์ คุณควรที่จะต้องใช้ชีวิตที่มีค่า ที่รอดออกมาจากเหตุการณ์เหล่านี้ได้ดี


แม้ว่าโควิดจะอยู่กับเราไปอีกซักระยะหนึ่ง แต่ตอนนี้มีแสงไฟที่ปลายอุโมงค์ ที่ชี้ชัดว่าเรารอดแล้ว เราอาจคิดเป็นเหตุผลแบบข้างๆคูๆ แบบ Sideline ได้ว่า เรากำลังจะได้พบกับโลกใหม่ ที่เราเคยคาดหวังไว้ 1-2 ปี และจงใช้ชีวิตที่ได้กลับมาอย่างเป็นสุข และนี่คือการเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับมัน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *